ความเป็นมา

บริษัท ไซแมท เทคโนโลยี จํากัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2542 ภายใต้ชื่อ “บริษัท ไซแมท โมบายล์ คอมพิวเตอร์ จํากัด” ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท บริษัทฯ เริ่มต้นจากธุรกิจขายอุปกรณ์ PDA และเขียนซอฟต์แวร์สําหรับการบริหารจัดการคลังสินค้า

ในปี 2548 บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 25 ล้านบาท และร่วมลงทุนกับ Grand-Flo Solution Berhad ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Bursa Malaysia เกี่ยวกับระบบการจัดเก็บและจัดการข้อมูลในองค์กร (EDCCS)

ในปี 2549 บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 75 ล้านบาท และจัดตั้ง “บริษัท ไซแมท ซอฟท์ จํากัด” เป็นบริษัทย่อย (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท สกายฟร็อก จํากัด เป็นบริษัทย่อยของ บริษัท เทราไบต์ พลัส จํากัด (มหาชน)) บริษัทฯ ได้โอนธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์ทั้งหมดให้แก่ บริษัท ไซแมท ซอฟท์ จํากัด ซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์จาก คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งประเทศไทย (BOI)

วันที่ 12 ธันวาคม 2550 บริษัทได้เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)

ในปี 2551 บริษัทฯ ได้จัดตั้ง “บริษัท ไซแมท เลเบล จํากัด” เป็นบริษัทย่อย บริษัทย่อยนี้ประกอบธุรกิจผลิตและจําหน่ายสติกเกอร์ ฉลาก กระดาษบาร์โค้ด และวัสดุที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ขยายธุรกิจไปยังประเทศเวียดนาม โดยเข้าลงทุนในบริษัท “ซิโน เทรดดิ้ง แอนด์ เซอร์วิส คอร์ปอเรชั่น” ในฐานะบริษัทร่วม บริษัทร่วมนี้ประกอบธุรกิจซื้อมาขายไปและธุรกิจที่เกี่ยวกับการระบุและบันทึกข้อมูลอัตโนมัติ (AIDC)

ในปี 2552 บริษัทฯ ได้ร่วมลงทุนกับ บริษัท E-Tech IT SDN. Berhad ประเทศมาเลเซีย จัดตั้งบริษัท ไซแมท อี-เทค (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทย่อย (แต่ถูกขายให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารชาวมาเลเซีย ในปี 2562) บริษัทย่อยนี้ประกอบธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์และซอฟท์แวร์สำหรับระบบขายหน้าร้าน (POS)

ในปี 2556 หลังจากที่บริษัทฯ ได้ยกเลิกสัญญากับ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จํากัด (มหาชน) (NT) สําหรับการให้เช่าอุปกรณ์โครงข่ายเคเบิลใยแก้วนําแสงในจังหวัดนครราชสีมาและเชียงใหม่ บริษัทฯ ได้กลายเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (FTTx) แทนการให้เช่าในจังหวัดเชียงใหม่ นครราชสีมา และขอนแก่น ตั้งแต่ปีนี้

ในปี 2561 บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนในบริษัท “บริษัท ฮินซิซึ (ประเทศไทย) จํากัด” ในฐานะบริษัทย่อย และโอนบริษัท ไซแมท เลเบล จํากัด มาเป็นบริษัทย่อยของบริษัทนี้ บริษัท ฮินซิซึ (ประเทศไทย) จํากัด ประกอบธุรกิจการพิมพ์ซิลค์สกรีน และต่อมาได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน”

ในปี 2562 บริษัทฯ ชนะการประมูล เป็นเงินจํานวน 2,248 ล้านบาท ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในโครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (โซน C) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2

ในปี 2565 บริษัทฯ ได้จัดตั้ง “บริษัท เนเชอรัล เพาเวอร์ เอ็นเนอร์จี จํากัด” เป็นบริษัทย่อย บริษัทย่อยนี้ประกอบธุรกิจโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในรูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) และรับเหมาโครงการที่ลูกค้าลงทุนเอง (EPC)

ในปี 2567 บริษัทฯ ได้จัดตั้ง “บริษัท ไซมิท เฮลท์ จํากัด” เป็นบริษัทย่อย บริษัทย่อยนี้ประกอบธุรกิจด้านสุขภาพ โดยการจัดหาอุปกรณ์ เช่น เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan), เครื่องตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI), เครื่องรังสีรักษา เป็นต้น พร้อมบริการให้กับโรงพยาบาล

กลุ่มบริษัท ไซแมท เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)

กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)

บริษัท เนเชอรัล เพาเวอร์ เอ็นเนอร์จี จำกัด สนับสนุนพลังงานทดแทน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล แก่ โรงเรียนบ้านแม่อูคอ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน

คุณสรไกร ศรีสัจจารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนเชอรัล เพาเวอร์ เอ็นเนอร์จี จำกัด ได้ทำการมอบระบบผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (ระบบโซลาร์เซลล์) ขนาด 8.9 กิโลวัตต์ อินเวอร์เตอร์ และระบบกักเก็บพลังงาน (แบตเตอรี่) 5 กิโลวัตต์ จากทาง Kehua Tech ให้แก่ โรงเรียนบ้านแม่อูคอ ตำบลแม่อูคอ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อขยายโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลได้เข้าถึงการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้แจกขนม เลี้ยงอาหารกลางวัน และมอบอุปกรณ์การเรียน ให้กับน้องๆ โรงเรียนบ้านแม่อูคอ โดยเรา บริษัท เนเชอรัล เพาเวอร์ เอ็นเนอร์จี จำกัด หวังว่า การมอบระบบผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จะสร้างโอกาสทางการศึกษา และอนาคตที่สดใสให้กับของเยาวชนไทย และสร้างคุณค่าที่ดีให้สังคม ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนสืบไป

อ่านต่อ »

บริษัท เนเชอรัล เพาเวอร์ เอ็นเนอร์จี จำกัด มอบระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่โรงเรียนโคกกลางโนนคูณโนนศิลา

การมอบระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการนำความรู้ และความเชี่ยวชาญด้านพลังงานมาสร้างประโยชน์แก่สังคม โดยพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานสะอาดที่ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับโรงเรียนระบบดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการผลิตไฟฟ้า และลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว ทำให้โรงเรียนสามารถนำทรัพยากรที่ประหยัดได้ไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของนักเรียน นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ช่วยให้นักเรียน และบุคลากรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพลังงานทดแทน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการดูแลสิ่งแวดล้อม กิจกรรม CSR ครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการมอบระบบผลิตไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งต่อโอกาสทางการศึกษา สร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งสร้างความร่วมมืออันดีระหว่างบริษัท โรงเรียน และชุมชน เพื่อร่วมกันพัฒนาสังคม และสิ่งแวดล้อมให้เติบโตอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ »